| | |

Nintendo Switch 2 จะผ่อนครบ 12 เดือนแล้ว มาฟังความรู้สึกจริงตลอดเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา คุ้มค่างวดไหม

จากวันแรกที่เปิดตัว สู่วันที่เปิดพรีออเดอร์

นับจากวันแรกที่ได้เห็นการเปิดตัวของเครื่อง Nintendo Switch 2 ออกมา ความรู้สึกแรกเลยคือไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นมากนักเมื่อเทียบกับตอน Switch 1 อาจเพราะเราคุ้นเคยกับนวัตกรรมแนวไฮบริดแบบนี้มาแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความอยากได้ของแอดลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ตลอดเวลาแอดเฝ้านับวันรอว่าเมื่อไหร่จะวางขายสักที

และในที่สุดก็ถึงวันที่เปิดพรีออเดอร์! ต้องบอกก่อนนะครับว่าถึงแอดจะทำงานร้านขายเกม แต่เวลาพรีเครื่องก็ต้องกดแข่งกับทุก ๆ คนเหมือนกันนะ ไม่ได้มีสิทธิพิเศษมากกว่าใครเลย จำได้เลยว่าตอนเปิดพรีรอบแรก ๆ แอดกดไม่ได้เลย ไม่ว่าจะปล่อยมากี่รอบ แต่โชคดีมาได้รอบท้าย ๆ ตอนกดสำเร็จคือร้องดีใจเสียงหลงเลยว่า “เห้ย! เราจองได้โว้ยยย!” ฮ่า ๆ (แต่บอกก่อนเลยว่า พรีออเดอร์ได้ตอนนั้นสะใจก็จริง แต่พอมาดูราคาตอนนี้บอกเลยแอบเจ็บใจ รู้งี้ไม่น่ารีบเล้ย!)

วันที่ได้รับเครื่อง เสน่ห์ของการแกะกล่องที่เกมเมอร์วัย 30 เข้าใจดี

วันที่ได้รับเครื่องมา สัปดาห์แรกแอดไม่ได้เปิดกล่องเลยครับ เนื่องด้วยงานค่อนข้างเยอะมากๆ ไม่มีเวลาเล่นเหมือนคนอื่นเขา ได้แต่ดูคลิปคนอื่นตาปริบ ๆ T T แต่เมื่อถึงเวลาของเรา บอกเลยว่าการได้เปิดกล่องแล้วได้ “กลิ่น” ของใหม่ มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษมาก

แอดว่าเกมเมอร์หลายคนเป็นเหมือนกันนะ มันฟินแบบอธิบายไม่ถูก ได้แผ่นเกมใหม่แกะมาก็ขอจับดมหน่อย หนังสือใหม่ก็ดม กลิ่นของใหม่มันมีเสน่ห์ในระยะเวลาสั้น ๆของมัน แกะลองเล่นได้สักพัก… ก็ต้องปิดเครื่องนอนไปทำงานต่อ นี่แหละครับความจริงอันโหดร้ายของเกมเมอร์วัย 30 มีเงินแต่ไม่มีเวลา!

วันนี้แอดเลยจะมารีวิวแบบหมดเปลือกในฐานะผู้ใช้งานจริงตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ว่าเจ้าเครื่อง Nintendo Switch 2 นี้มันให้อะไรเราบ้าง ข้อดี ข้อเสีย และสรุปแล้วคุ้มค่างวดผ่อน 12 เดือนไหม? ไปดูกันเลยครับ

ฮาร์ดแวร์และการใช้งานจริง

ความทนทานและวัสดุงานประกอบ

มาพูดถึงเรื่องความทนทานภายนอก จากที่แอดลองทั้งใส่เคสบ้างไม่ใส่บ้าง ต้องบอกเลยว่าตัวเครื่องเป็นรอยยากกว่าที่คิดครับ ลองเปลือยเครื่องเล่นเป็นเดือนก็ยังกริบอยู่ (แต่ต้องบอกก่อนว่าแอดเล่นในบ้านเป็นหลัก ไม่ค่อยได้พกไปลุยข้างนอก)

  • ระบบแม่เหล็กจอยคอน: ทำออกมาได้ดีมาก แน่นสนิทดีครับ แต่ถ้าออกแรงดึงก็หลุดได้ตามปกติ (ซึ่งคงไม่มีใครดึงเล่นเนอะ)
  • ขาตั้ง (Kickstand): แข็งแรงขึ้นมาก ไม่บอบบางเหมือน Switch กล่องขาวรุ่นแรกแล้ว
  • จุดสังเกตภายใน: จุดที่มีปัญหาคือ ปุ่ม ZL และ ZR ช่วงแรกแอดกดได้ปกติ แต่พอผ่านไปประมาณ 10 เดือน ปุ่ม ZR เริ่มมีอาการกดไม่ติด ซึ่งเป็นปัญหายอดฮิต แต่โชคดีที่การส่งเคลมผ่านศูนย์บริการ Synnex นั้นง่ายมาก ทักไลน์ไปสอบถามวิธีเตรียมส่งสินค้าได้โดยตรงเลย แอดมินฝั่งนู้นซัพพอร์ตดีมากครับ
  • งานประกอบ: เนียนกริบ เอาไปเลย 10 เต็มไม่หัก!

หน้าจอและระบบเสียง

หน้าจอของ Switch 2 สีสันทำออกมาได้ค่อนข้างดี ขนาดใหญ่สะใจ แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้เวลาหันมุมกล้องซ้าย-ขวาไว ๆ ในเกมเร็ว ๆ คือ “ความเบลอของหน้าจอ” ครับ ถ้าเทียบกับจอของ Nintendo Switch OLED จะเห็นชัดเลย ซึ่งมีรายงานว่าค่า Response Time ของหน้าจอ Switch 2 อยู่ที่ประมาณ 17.1 – 33.3 มิลลิวินาที ถือว่าสูงใช้ได้เลย ถามว่าน่าเกลียดไหม? ไม่น่าเกลียดครับ เล่นเกมจบได้สบาย ๆ แต่ถ้าคุณเป็นคนตาไวหรือเล่นเครื่องอื่นมาขนานกัน จะสังเกตเห็นจุดนี้แน่นอน

ส่วนระบบเสียง (ลำโพงติดเครื่อง) ทำมิติเสียงแบ่งซ้าย-ขวาได้ชัดเจนจนน่าตกใจครับ เวลาเล่นเกมที่ต้องฟังเสียงทิศทางศัตรูอย่างซีรีส์ Resident Evil ที่พอร์ตลงมาใหม่นี่คืออินคูณสองเลย คุณภาพเสียงรวม ๆ อาจไม่ได้อัปเกรดจากเดิมแบบก้าวกระโดด แต่เรื่องมิติเสียงทำได้ดีมากครับ

แบตเตอรี่ ปัญหาใหญ่ที่ต้องทำใจ

หน้าจอเบลอกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลยเมื่อเจอเรื่อง แบตเตอรี่หมดไว แต่ก็เข้าใจได้ครับเพราะเครื่องแรงขึ้นก็ต้องกินไฟมากขึ้น สำหรับแอดที่เล่นในบ้านอาจจะไม่กระทบเท่าไหร่ แต่ถ้าใครจะพกไปเล่นข้างนอก บอกเลยว่า Power Bank คือภาคบังคับ

แถมน้ำหนักเครื่องรวมกระเป๋าเคสแล้วอยู่ราว ๆ 700-900 กรัมเกือบกิโลฯ ยิ่งถ้าเล่นเกมกราฟิกหนัก ๆ ตัวเครื่องเล่นได้ประมาณชั่วโมงนิด ๆ แบตก็ฮวบแล้ว ตรงนี้คงต้องทำใจและรอโมเดลรุ่นปรับปรุงในอนาคตครับ

ประสิทธิภาพและ Ecosystem

ความแรงระดับโฮมคอนโซลพกพา

Switch 2 เปิดตัวมาพร้อมกับเกมกราฟิกโหดอย่าง Cyberpunk 2077 ซึ่งตัวเครื่องทำออกมาได้ดี เล่นได้จนจบเกมอย่างไม่ขัดใจ เรื่องความแรงหายห่วงครับ ยิ่งเกมใหม่อย่าง Resident Evil ภาคใหม่ ๆ ตัวเครื่องรันได้แตะ 60 FPS (มีร่วงบ้างบางฉาก) แม้ว่า Texture บางจุดจะดูเบลอหรือมัวไปบ้างเพราะใช้เทคโนโลยี DLSS ช่วยดันเฟรมเรต แต่โดยรวมถือว่าทำภาพออกมาได้สวยงามเทียบเคียงเครื่องโฮมคอนโซลในรูปแบบพกพาได้น่าประทับใจครับ

ระบบ Backward Compatibility (เล่นเกมเก่าได้)

ระบบนี้ทำออกมาดีมากครับ มีอัปเดตให้เกมเก่าคมชัดขึ้น (แต่ก็กินแบตเพิ่มขึ้นนะ T T) เกมเก่าประมาณ 90% สามารถเสียบเล่นบนเครื่องใหม่นี้ได้เยี่ยมเลย จะมีแค่บางเกมที่ต้องใช้ฟีเจอร์เฉพาะของ Joy-Con รุ่นแรก หรือเกมที่ยังไม่มีแพตช์รองรับในช่วงแรกที่อาจจะเจอปัญหาบ้าง แต่ปัจจุบันหลาย ๆ เกมก็อัปเดตให้เล่นได้ปกติแล้ว ใครมีแผ่นแท้รุ่นแรกสบายใจได้ครับ

ระบบออนไลน์

สารภาพตามตรงว่าแอดไม่ค่อยได้เล่นโหมดออนไลน์กับใครเลยเพราะไม่มีเพื่อน (เศร้าแป๊บ 555) แต่ถ้าถามความคุ้มค่าของระบบสมัครสมาชิก Nintendo Switch Online ถ้าเราไปหารเฉลี่ยกับกลุ่มครอบครัว แอดมองว่าคุ้มมากครับ เพราะมีเกมคลาสสิกให้เล่นเยอะ แถมยัง Cloud Save ฝากเซฟไว้บนเซิร์ฟเวอร์ได้ด้วย แนะนำให้สมัครแพ็กเกจ Expansion Pack ไปเลย คุ้มสุดครับ

ไลฟ์สไตล์การเล่นที่เปลี่ยนไป

เนื่องจากน้ำหนักเครื่องที่หนักเกือบ 1 กิโลกรัมเมื่อใส่เคส แอดเลยไม่ได้พกมันออกไปนอกบ้านเลยครับ เล่นอยู่บ้านแทบจะ 95% จนแอดแอบคิดเล่น ๆ ว่าอยากให้ Nintendo ทำเครื่องรุ่นอ้วนต่อทีวีอย่างเดียวแบบไม่มีจอแล้วลดราคาลงมาหรือจะให้แรงไปเลยน่าจะดี (แต่คงไม่มีจริงหรอก 555) ตอนนี้ได้แต่รอลุ้นว่าจะมี Switch 2 Lite ออกมาตอบโจทย์สายพกพาไหม

อีกจุดคือเรื่อง Sleep Mode ในรุ่นนี้เวลากด Sleep Mode เครื่องแอบกินแบตดุอยู่พอสมควร ไม่สามารถกดล็อกหน้าจอทิ้งไว้ข้ามวันได้ยาว ๆ แบบรุ่นแรก ทำให้ไลฟ์สไตล์การเล่นของแอดเปลี่ยนเป็นเล่นโหมดต่อทีวี (Dock Mode) เป็นหลัก และต้องคอยปิดเกม-ปิดเครื่องอยู่เสมอเพื่อเซฟแบตครับ

Top 5 เกมแนะนำที่แอดมินใช้เวลาชีวิตไปมากที่สุดตลอดปี

  1. Zelda Breath of the Wild & Tears of the Kingdom ถึงจะไม่ใช่เกมใหม่แกะกล่อง แต่ถ้าใครมียังไม่เคยเล่น แอดแนะนำว่าต้องเล่นให้ได้ครับ มันเป็นเกมแนว Open World ที่ใช้คำว่า “สนุก” ได้เปลืองมาก ภาคแรกมีภาษาไทยด้วย เสน่ห์ของโลกกว้างและการแก้ปริศนาจะทำให้คุณหลงรักได้ไม่ยากเลย
  2. donkey Kong bananza เกมแอ็กชันผจญภัยแนวตะลุยด่านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บังคับเป็นลิงยักษ์เข้าไปทลายกำแพงและสิ่งกีดขวางในฉากได้สะใจมาก เล่นเพลินจนลืมเนื้อเรื่องไปเลย (แอบมีเวียนหัวนิด ๆ แต่สนุกชัวร์ครับ)
  3. Resident Evil เกมพอร์ตภาคหลักที่แสดงศักยภาพของเครื่อง Switch 2 ได้ดีที่สุด ได้อารมณ์ความสยองขวัญแบบภาพสวยลื่นไหล มิติเสียงดีเยี่ยม แม้ภาพจะดรอปกว่า PS5 แต่แลกกับการนอนเล่นได้ ถือว่าคุ้มมาก
  4. Pokemon Pokopia สารภาพว่าส่วนตัวแอดไม่ได้สายนี้และยังไม่ได้ลองเล่นเอง แต่จากข้อมูลยอดขายบอกเลยว่าเกมนี้กระแสดีและยอดขายถล่มทลายมาก ๆ ครับ สายPokemon ห้ามพลาด
  5. Super Mario Bros.™ Wonder (Nintendo Switch™ 2 Edition) แพ็กคู่รวม DLC และอัปเดตภาษาไทย ตอนแรกแอดแอบคิดว่าคงเฉย ๆ แต่พอได้ลองเล่นเองแล้วสนุกกว่าที่คิดไว้เยอะมาก ภาพน่ารักทันสมัย เกมเพลย์สร้างสรรค์ ใครไม่รู้จะประเดิมเกมไหน ซื้อเกมนี้ติดเครื่องไว้ได้เลยครับ

ข้อสังเกตและสิ่งที่อยากให้ปรับปรุง

  • น้ำหนัก เครื่องค่อนข้างหนัก ถ้าใครไม่ซีเรียสเรื่องรอย แนะนำเล่นแบบไม่ใส่เคสจะช่วยลดน้ำหนักให้จับสบายมือขึ้นครับ
  • แบตเตอรี่ หมดค่อนข้างเร็ว มั่นใจว่าอีก 2-3 ปีน่าจะมีโมเดลรุ่นปรับปรุง (เหมือนรุ่น กล่องแดงอะไรแบบนั้น ใน Switch 1) ออกมาแก้ตรงนี้ ใครไม่รีบจะรอก่อนก็ได้ครับ
  • UI (หน้าต่างระบบ) หน้าตาแทบไม่ต่างจากรุ่นแรกเลย ทำให้ไม่รู้สึกตื่นเต้นและปรับแต่งอะไรไม่ได้มาก อยากให้มีระบบเปลี่ยนธีมสวย ๆ เข้ามาบ้างจัง

สรุปภาพรวม คุ้มค่างวดไหม?

ถ้าถามแอดเมื่อ 6-7 เดือนก่อน คงจะบอกว่าให้รอก่อน… แต่ ณ เวลานี้ ราคาเครื่องเริ่มนิ่งและมีโปรโมชันค่อนข้างดีแล้ว ใครมีเกมที่เล็งไว้ในใจกดมาเล่นได้เลยครับ คุ้มแน่นอน (แต่อย่าลืมเจียดเงินซื้อ Power Bank ดี ๆ ไว้ด้วยนะ)

ทิ้งท้ายด้วยคำถามซื่อสัตย์… “ถ้าย้อนเวลากลับไปวันแรกได้ จะซื้อตั้งแต่วันแรกไหม?” แอดตอบเลยว่า “ไม่ซื้อครับ” รอกดตอนนี้ดีกว่าเพราะราคาดีกว่าวันแรกเยอะมาก ฮ่า ๆ ๆ แต่ถ้าถามว่ามันเป็นเครื่องเล่นเกมที่ดีไหม? มันอาจไม่ใช่คอนโซลที่แรงที่สุด แต่รับรองว่ามันคือ เครื่องเล่นเกมพกพาที่ดีและมอบความบันเทิงได้คุ้มค่าที่สุดในเวลานี้ แน่นอนครับ!

เขียนโดย แอดมิน bank

Similar Posts